Burnt จะคว้าดาวดวงแรกคุณต้องเป็นลุค สกายวอล์คเกอร์ ดวงที่สองต้องเป็นโอบีวัน เคโนบี้ ส่วนดวงที่สามคุณต้องเป็นโยดา

เบื้องหลังร้านอาหารหรูระดับ Michelin Star กับงานในครัวที่ทุกอย่างดูคลั่งมาก ทุกคนโวยวาย รีบเร่งแข่งกับเวลา ในขณะเดียวกันก็ใช้ความปราณีตขั้นสุดในการ ‘ทำอาหาร’ แต่ละจาน โดยเฉพาะตัวเอกของเรื่องอย่าง เดวิด โจนส์ เชฟมิชลินขั้นเทพระดับ 2 ดาวที่ทำชีวิตพังพินาศเพราะยาเสพติด กับการ come back วงการอาหารอีกครั้งเพื่อตามล่าดาวมิชลินดวงที่ 3 กลับมาครั้งนี้เลยยิ่งกดดันตัวเองและคนรอบข้างด้วยคำว่า ‘ทุกอย่างต้องสมบูรณ์แบบ ถ้าไม่ ให้โยนทิ้งไปเลยแล้วทำใหม่’ เป็นกฎที่แค่คนดูอย่างเราได้ยินก็เครียดแทนแล้ว ฉากที่พ่อครัวทั้งหลายพากันระเบิดอารมณ์แล้วถ้วยจานชามกระทะอาหารปลิวว่อนนี่ยังกะสงครามโลก เดือดเว่อร์

ใครที่รู้ตัวว่าเป็นประเภท Perfectionist นี่เหมาะกับหนังเรื่องนี้มากๆ ความตั้งใจ 100% ให้งานออกมาดีเป็นสิ่งที่น่านับถือ แต่ระหว่างทางที่เราเคี่ยวเข็ญผลักดันตัวเองและคนรอบข้างให้ได้ขึ้นไปอยู่ในจุดที่คิดว่า ‘สมบูรณ์แบบ’ เราอาจจะไม่ทันสังเกตเลยว่าเราได้เหยียบย่ำทำร้ายใครไปบ้าง กว่าจะรู้ตัวอีกทีความสำเร็จนั้นมันอาจจะไม่คุ้มค่าอีกต่อไปแล้วก็ได้ แถมสุดท้ายแล้วความเพอร์เฟ็คก็ไม่ใช่เกณฑ์ชี้วัดคุณค่าในตัวเราสักหน่อย

ประโยคเชยๆอย่างคำว่า ‘ความสมบูรณ์แบบคือความไม่สมบูรณ์แบบ’ มันก็ยังคงจริงที่สุดอยู่ดี อย่างน้อยก็จริงสำหรับหนังเรื่องนี้ละกัน