The Haunting of Hill House ซีรีส์ที่ทำให้มุมมองเรื่องผีของเราเปลี่ยนไปตลอดกาล

‘ผี’ อาจเป็นได้หลายสิ่ง ความทรงจำ ฝันกลางวัน ความลับ ความโศกเศร้า ความโกรธ ความรู้สึกผิด แต่ในประสบการณ์ของผม ส่วนใหญ่แล้วผีก็เป็นเพียงแค่สิ่งที่คนเราอยากจะเห็นเท่านั้น’

หลังจาก The Six Sense และ The Orphanage เราก็ไม่เคยดูหนังผีเรื่องไหนแล้วรู้สึกประทับใจอีกเลย แต่ซีรีย์เรื่องนี้ทำให้เรารู้สึกแบบนั้นได้ The Haunting of Hill House คือซีรีย์แนวดราม่า ลึกลับ สยองขวัญ เกี่ยวกับเรื่องราวของตระกูล Crane ซึ่งประกอบไปด้วยพ่อ แม่ และลูกๆอีก 5 คน ที่ย้ายเข้ามาอาศัยอยู่ในคฤหาสต์ Hill House โดยตลอดเวลาที่ใช้ชีวิตอยู่ใน ‘บ้าน’ หลังนี้พวกเขาแต่ละคนก็ได้พบเจอเหตุการณ์แปลกประหลาดที่หาคำอธิบายไม่ได้อยู่เรื่อยๆจนกระทั่งการตายของแม่ที่ทำให้ชีวิตของทุกคนในครอบครัวแตกกระจายออกจากกันเป็นเสี่ยงๆ ซีรีย์จะเล่าเรื่องราวในอดีตตัดสลับกับชีวิตในปัจจุบันของพี่น้องตระกูล Crane ความสงสัย ความผิดหวัง ความโกรธ ความโศกเศร้า โดยเฉพาะความลับ คืออดีตที่ส่งผลต่อปัจจุบันอย่างร้ายแรงโดยที่พวกเขาพยายามกลบฝังมันเอาไว้ให้ลึกและแนบเนียนที่สุด ปกติเรามักจะเลือกวิเคราะห์คาแรคเตอร์ของตัวละครแต่ละคน แต่สำหรับซีรีส์เรื่องนี้ หัวใจสำคัญที่สุดก็คือ ‘ผี’ เพราะฉะนั้นเราจะพาไปดูกันว่าผีที่ตัวละครแต่ละคนพบเจอนั้น สามารถตีความเป็นอะไรได้บ้าง

The Bent-Neck Lady = Fear

Nelly กับ The Bent-Neck Lady หรือผีผู้หญิงคอหักที่คอยปรากฎตัวและหลอกหลอนเธอมาตลอดชีวิต คือ อดีต ปัจจุบัน และอนาคตที่ตัวเธอเองหวาดกลัวว่าจะเป็น Nelly เป็นคนเลือกที่จะใช้ชีวิตด้วย ‘ความกลัว’ มาโดยตลอด และเธอปล่อยให้ความกลัวนั้นมีอิทธิพลต่อการใช้ชีวิตมากเกินไปจนกระทั่งมันกลายเป็นตัวตัดสินอนาคตของเธอเองในที่สุด เราว่าเคสของ Nelly เป็นสิ่งที่ใช้เตือนใจทุกๆคนที่ได้ดูซีรีส์เรื่องนี้ได้เป้นอย่างดีเลยว่า การมองอนาคตด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวนั้นสามารถสร้างผลเสียมหาศาลต่อความคิด ทัศนคติ อารมณ์ และมุมมองที่เรามีต่อสิ่งต่างๆได้มากมายขนาดไหน

The Mad Flapper = Desire

Olivia กับผีสาวแฟลปเปอร์วิกลจริต Poppy Crain ผู้คอยชี้นำให้เธอคิดแง่ลบและดึงความปรารถนาดำมืดที่สุดออกมาจากจิตใจ Olivia เป็นภรรยาที่อาจไม่มีความสุขกับชีวิตแต่งงานถึงแม้ว่าเธอและสามีจะรักกันมากขนาดไหนก็ตาม แต่โชคร้ายที่สามีทันได้สังเกตถึงความทุกข์ของภรรยาจนไม่สามารถเข้าใจถึงสิ่งที่เธอกำลังเผชิญอยู่ได้ Olivia จึงถูกชักจูงโดยความคิดด้านมืดของตัวเธอเอง (ผีป๊อปปี้) ได้ง่ายๆ จนทำให้เธอไม่สามารถแยกโลกแห่งความจริงกับความฝันออกจากกันได้ในที่สุด ในคืนเกิดเหตุ Olivia จัดปาร์ตี้น้ำชาขึ้นในห้องลับของบ้านซึ่งเป็นห้องที่ไม่เคยมีใครเปิดได้ (สัญลักษณ์ของความปรารถนาอันล้ำลึกในจิตใจของสมาชิกภายในบ้าน) โดยเชื้อเชิญ Nelly และ Luke ลูกแฝดคนเล็กทั้งสองรวมทั้ง Abigel เด็กหญิงที่ใครๆต่างก็บอกว่าเป็นแค่เพื่อนในจินตนาการของ Luke มาร่วมปาร์ตี้ลับๆ เธอวางยาพิษในกาน้ำชาโดยหวังว่าเธอและลูกๆจะได้ตายไปพร้อมกัน แต่โชคยังดีที่ Huge สามีของเธอตามมายับยั้งเหตุการณ์ไว้ได้ทัน แต่นั่นก็ไม่เร็วพอที่จะช่วยชีวิต Abigel เอาไว้ได้ คืนนั้น Olivia ฆ่าตัวตายและทิ้งให้ Huge ต้องดูแลลูกๆทั้งหมดเพียงลำพัง ผี Poppy เปรียบเสมือน ‘ความปรารถนาอันดำมืดในจิตใจ’ ที่ Olivia แอบซ่อนไว้อย่างมิดชิด เธออยากเก็บลูกๆของเธอไว้ให้เป็นเด็กน้อยที่น่ารักของเธอตลอดไป

The Tallest Man = Adulthood

Luke คือพี่ชายฝาแฝดของ Nelly ทั้งสองคนผูกพันและรักกันในแบบที่ไม่มีพี่น้องคนไหนสามารถเข้าใจในสายสัมพันธ์นี้ได้ Luke มักเล่าให้ใครๆฟังถึง Abigel เด็กผู้หญิงที่เขาพบในป่าอยู่เสมอแต่ทุกคนกลับเอาแต่บอกเขาว่าเธอเป็นแค่เพื่อนในจินตนาการของเขาเท่านั้น วันหนึ่ง Luke ได้รับหมวกใบเก่าจากโอลิเวียโดยเธอได้บอกกับเขาว่านี่คือหมวกสำหรับคนที่โตเป็นผู้ใหญ่แล้ว คืนนั้นเขาเข้านอนแล้วได้พบกับการมาเยือนของ The Tallest Man วิญญาณชายแก่ร่างสูงจรดเพดานที่ออกมาตามหาหมวกใบโปรดของเขา ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมาชายคนนี้ก็ติดตามลุคไปทุกหนทุกแห่งจนทำให้เขาต้องพึ่งยาเสพย์ติดเพื่อลบชายแก่คนนี้ออกไปจากชีวิต The Tallest Man คือ ‘การเติบโตเป็นผู้ใหญ่’ ที่ Luke เลือกหันหลังให้มาโดยตลอด เพราะการเป็นผู้ใหญ่ในความคิดของเขาคือสิ่งที่มาพร้อมกับความรับผิดชอบมหาศาล คือสิ่งที่ทำได้ยากลำบาก คือความคาดหวังที่มากขึ้น คือคนที่ปฏิเสธไม่ยอมเชื่อในสิ่งที่เขาพูดนั่นเอง

The Clock Fixer = Ignore

Steve พี่ชายคนโตของบ้านผู้ที่ทำหน้าที่ดูแลน้องๆทุกคน Steve เป็นคนเดียวในบ้านที่คอยบอกทุกคนว่าตัวเขาเองไม่เคยสัมผัสประสบการณ์ด้านวิญญาณเลยแม้แต่ครั้งเดียวตลอดระยะเวลาที่อาศัยอยู่ที่ Hill House ถึงแม้ว่าเขาจะเขียนนิยายเพื่อขายทำเงินเกี่ยวกับมันก็ตาม ผีของ Steve แท้จริงแล้วเป็นเพียงสิ่งที่เขาอยากจะเห็นนั่นเอง ‘ความเมินเฉย’ ของเขาทำให้ช่างซ่อมนาฬิกาจึงเป็นแค่ช่างซ่อมนาฬิกาที่พ่อของเขาจ้างมาแม้ว่าความจริงแล้วบ้านของเขาจะไม่เคยมีช่างซ่อมนาฬิกาโบราณมาเยือนเลยก็ตาม เขาไม่เคยเชื่อมั่นในอะไรหรือใครทั้งนั้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในตัวพ่อที่เขาสงสัยมาตลอดว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในการตายของแม่ Steve คอยปฏิเสธความจริงอยู่เสมอแม้ว่ามันจะเกิดขึ้นต่อหน้าต่อตาเขาเลยก็ตาม จนกระทั่งเขาได้รับรู้ความจริงจากพ่อว่าหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาเคยพบที่ Hill House นั่นแหละคือคำตอบของคำถามที่เขาเคลือบแคลงใจมาตลอดชีวิต

The Touch = Feeling

“Wednesday child is full of woe” มีคำกล่าวว่าลูกคนกลางมักเป็นเด็กเก็บกดผู้เต็มไปด้วยความทุกข์ใจ ซึ่ง Theodora ต้องแบกรับบทนั้น เธอเป็นลูกสาวคนกลางของครอบครัว Crain ที่มาพร้อมทักษะพิเศษในการหยั่งรู้ผ่านการสัมผัสวัตถุหรือตัวคน Theo จึงกลายเป็นเด็กเก็บกด เธอเป็นเพียงคนเดียวในบ้านที่สัมผัสได้ถึงความหนาวเย็นและมักสวมสเวตเตอร์ตลอดเวลาแม้ว่าช่วงนั้นจะเป็นฤดูร้อนก็ตาม นั่นอาจเป็นเพราะความเป็นลูกคนกลางที่ไม่สนิทกับพี่น้องคนไหนเลยแม้กระทั่งพ่อแม่ซึ่งทำให้เธอรู้สึกโดดเดี่ยวและถูกปิดกั้นจนต้องสร้างกำแพงขึ้นเพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเองต้องรู้สึกแย่หรือเผยว่าเธอเองก็มีความรู้สึกเศร้า ทุกข์ใจ และหวาดกลัวเช่นเดียวกับคนอื่นๆ เพราะสำหรับ Theo การทำแบบนั้นเท่ากับเปิดเผยที่มั่นให้ศัตรูที่มองไม่เห็นได้รับรู้ว่าเธออ่อนแอ การได้สัมผัสความรู้สึกของคนอื่นจึงเป็นสิ่งที่มากเกินไปสำหรับคนที่เต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึกตลอดเวลาอยู่แล้ว Theo จึงเริ่มสวมถุงมือตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา เธอไม่ได้ใช้มันแค่เพื่อป้องกันความหนาวเย็นตามคำแนะนำของแม่เท่านั้น แต่เธอใช้มันเพื่อปกป้องตัวเองไม่ให้รับรู้หรือเผยความรู้สึกให้คนอื่นได้รับรู้ต่างหาก ซีนที่เราชอบคือซีนหลังจากที่ Theo แตะศพของ Nelly แล้วสารภาพกับ Shirley พี่สาวคนโตว่าเธอได้กลายเป็นคนไร้ความรู้สึกที่สัมผัสไม่ได้แม้กระทั่งความกลัวของตัวเอง สิ่งที่น่ากลัวยิ่งกว่าผีหรือปีศาจคือ ‘ความรู้สึก’ ต่างๆที่บ่งบอกว่าเราเป็นมนุษย์นั้นมันเลือนหายไปตามกาลเวลาและความเฉยชาต่อชีวิต กลายเป็นความรู้สึกว่างเปล่าในจิตใจที่ไม่สามารถเติมเต็มได้อีกต่อไปแล้วนั่นเอง

The Kittens = Guilt

Shirley เป็นลูกสาวคนรองของบ้าน เธอเป็นคนชอบควบคุมทุกสิ่งทุกอย่างให้เป็นไปตามใจ Shirley มีปมเรื่องความตายโดยเกิดจากตอนเด็กๆที่เธอพบลูกแมวในโรงเก็บของและเก็บมันมาเลี้ยง แต่ปรากฎว่าลูกแมวค่อยๆตายจากไปทีละตัวอย่างลึกลับ ทำให้ Shirley รู้สึกไม่เข้าใจว่าการที่เธอดูแลเอาใจใส่พวกมันเป็นอย่างดีถึงขนาดนั้นจะทำให้พวกมันตายได้อย่างไร เด็กน้อยไม่เข้าใจว่าลูกแมวแรกเกิดที่ขาดแม่ของมันนั้นไม่สามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้ ภาพของแมงมุมที่คลานออกมาจากปากร่างไร้วิญญาณของลูกแมวในขณะที่เธอยังคงมีความหวังว่ามันจะรอดนั้นสร้างบาดแผลลึกให้กับ Shirley ในเรื่องของ ‘ความรู้สึกผิด’ และสำหรับเธอนั่นคือบทเรียนแรกเกี่ยวกับความตาย ความผิดหวัง และความรู้สึกผิดที่กัดกินจิตใจของเธอมาโดยตลอด

The Wife = Greif

Huge พ่อผู้แบกความลับดำมืดของครอบครัวเพื่อปกป้องลูกๆจากความจริงที่เขาคิดว่าสามารถทำลายชีวิตทุกคนได้ หลังจากเหตุการณ์ที่ภรรยาของเขา Olivia ฆ่าตัวตาย Huge ก็กลายเป็นคนที่ลูกๆมองว่าไม่สามารถพึ่งพาได้อีกต่อไป เขาส่งลูกๆไปอยู่กับญาติและเริ่มตีตัวออกห่างจากทุกคน เขามักพูดคนเดียวซึ่งยิ่งทำให้ทุกคนหมดศรัทธาพ่อในฐานะผู้นำของบ้านมากยิ่งขึ้นไปอีก ในซีรีส์จะโชว์ให้เราเห็นว่าแท้ที่จริงแล้ว Huge พูดกับผี Olivia (หรือภาพหลอนที่เขาสร้างขึ้น) ตลอดเวลา โดยเชื่อว่าเขากำลังทำในสิ่งที่ถูกต้อง Olivia คือสัญลักษณ์ของ ‘ความโศกเศร้า’ ที่ Huge ไม่สามารถก้าวข้ามไปได้ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหนก็ตาม เขาโทษตัวเองที่มองไม่เห็นความทุกข์ของภรรยาจนเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ลูกๆตกอยู่ในอันตรายร้ายแรงและ Olivia ต้องจบชีวิตลงอย่างน่าเศร้า

“ฉันอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีเธอ”
“มันไม่มีคำว่าไม่ได้หรอก ฉันไม่ได้จากไปไหน ฉันแค่กระจัดกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ร่วงลงสู่ชีวิตเธอเหมือนกับหิมะในเช้าวันใหม่ แค่นั้นเอง”

The Haunting of Hill House เป็นซีรีส์ผีที่ดูแล้วกลัวผีน้อยลงแต่ทำให้เห็นความสำคัญของการคีพความสัมพันธ์ระหว่างคนในครอบครัวมากขึ้น ทำให้เรารู้ว่าเราไม่สามารถย้อนเวลากลับไปแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วได้ แต่เราเลือกได้ว่าต่อจากนี้ไปเราอยากใช้ชีวิตอย่างไรและอนาคตแบบไหนที่เราต้องการ ทุกๆคนล้วนมีผีที่คอยตามหลอกหลอนเราด้วยกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็นอดีตอันแสนเจ็บปวดหรือความเศร้าที่เราไม่สามารถลืมเลือนได้ แต่เราก็ต้องอดทนใช้ชีวิตอยู่กับมัน จนกระทั่งผีตนนั้นค่อยๆเลือนหายไปตามกาลเวลา