Mamma Mia! Here We Go Again กลับมาอีกครั้งกับหนังมิวสิคัลสุดป็อปและซาวด์แทร็คแนวดิสโก้จากวง ABBA

ย้อนกลับไปในปี 2008 Mamma Mia! หนังแนวมิวสิคัลคอเมดี้ มาพร้อมกับสตอรี่วุ่นๆของ Donna Sheridan สาวแกร่งเจ้าของโรงแรมเก่าบนเกาะ Kalokairi ที่อยู่ดีๆก็ต้องเผชิญหน้ากับสถานการณ์ฉุกเฉินเมื่อ Sam, Bill และ Harry กิ๊กหนุ่ม (ใหญ่) สมัยอดีตโผล่หน้ามาปรากฎตัวก่อนงานแต่ง Sophie ลูกสาวสุดรักของเธอเพียงไม่กี่วัน และที่พีคไปกว่านั้นคือ Donna นางไม่รู้จ้าาาว่า 1 ใน 3 คนนี้ใครคือพ่อตัวจริงของ Sophie กันแน่!

ในปี 2018 นี้ ภาคต่อ Mamma Mia! Here We Go Again เล่าเรื่องที่เกิดขึ้นใน 5 ปีต่อมา Sophie กลับมารับช่วงต่อกิจการของแม่ และค้นพบว่าการดีลกับทั้งเรื่องงานและความรักนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายๆเอาซะเลย โดยหนังจะเล่าเหตุการณ์ในปัจจุบันของ Sophie สลับกับอดีตช่วงวัยรุ่นก่อนที่จะกลายมาเป็น single mom สุดสตรองของ Donna สาวน้อยยุคเซเวนทีส์สุดซ่าที่พึ่งจบจากมหาวิทยาลัยและกำลังเดินทางไปทั่วยุโรปเพื่อค้นหาสิ่งที่ใช่ให้กับชีวิต

Life is short, the world is wide. I want to make some memories.

หนังมิวสิคัลเรื่องนี้ยังคงใช้เพลงของ ABBA วงป็อปสวีเดนจากยุค 70’s และโลเคชั่นสวยชวนตะลึงบนเกาะ Scopelos ใน Greece มาเป็นธีมหลักประจำหนังเหมือนเดิม เพิ่มเติมคือตัวละครล้นๆและแฟชั่นโบฮีเมียนของ Donna วัยสาวที่เราโคตรกรี๊ด (Lily James เล่นเป็น Donna ได้น่ารักและมีเสน่ห์สุดๆ) เราชอบความเป็นผู้หญิงหัวขบถและมีจิตวิญญาณอิสระเสรีแบบสาวฮิปปี้ของนางมากกก “ถ้าลองมองให้ดีๆชีวิตคนเรามันก็ง่ายแบบนี้แหละ” ประโยคนี้เลยที่ทำให้เรารู้ว่า Donna เป็นผู้หญิงที่ใช้ชีวิตตามสัญชาตญาณของตัวเองล้วนๆ ถ้าเจอสิ่งที่ใช่อยู่ตรงหน้าต่อให้ใครคัดค้านยังไงนางก็ไม่ลังเลที่จะคว้าโอกาสนั้นเอาไว้ “Live free and do what make your soul shine” นี่ล่ะนิยามความเฟียซสไตล์ Donna Sheridan ไอดอลของลูกสาวและหญิงสาวอีกหลายๆคน