Earth: One Amazing Day มนุษย์เราพยายามค้นหาความอัศจรรย์ไปทั่วทั้งอวกาศ ทว่าในความเป็นจริงแล้วความอัศจรรย์ที่ถวิลหานั้น อยู่เพียงแค่หน้าบ้านของเราเอง

Earth: One Amazing Day สุดยอดภาพยนตร์สารคดีจาก BBC Earth ที่ใช้ระยะเวลาในการถ่ายทำทั้งหมด 142 วัน ตัดต่อวิดีโอฟุตเทจกว่า 12,000 ไฟล์อีก 3 ปี รวมถึงเทคโนโลยีระบบ 4k ที่ทำให้สัตว์ป่า 38 สปีชีส์จาก 22 ประเทศ นักแสดงผู้ปรากฎตัวอยู่ในหนังเรื่องนี้กลายเป็นตัวละครอันแสนมหัศจรรย์ที่เราเชื่อว่าใครได้ดูก็คงอดที่จะตกหลุมรักพวกมันไม่ได้อย่างแน่นอน

“มนุษย์เราพยายามค้นหาความอัศจรรย์ไปทั่วทั้งอวกาศ ทว่าในความเป็นจริงแล้วความอัศจรรย์ที่ถวิลหานั้น อยู่เพียงแค่หน้าบ้านของเราเอง”

เมื่อเวลา อากาศ น้ำ และแหล่งอาหารถูกขับเคลื่อนด้วยพลังงานจากดวงอาทิตย์ แสงจึงเป็นปัจจัยหลักที่กำหนดวิถีชีวิตของพืชพรรณและสัตว์ป่าน้อยใหญ่ในโลก เราชอบวิธีการเล่าเรื่องที่เริ่มต้นตั้งแต่แสงแรกของวันไปจนถึงช่วงเวลากลางคืนซึ่งทั้งพืชและสัตว์แต่ละชนิดจะมีพฤติกรรมที่น่าสนใจตามช่วงเวลาของมัน และอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้เราชอบมากๆก็คือถึงแม้ว่าตัวละครจะไม่มีบทพูด (ก็มันพูดไม่ได้นี่!) แต่หนังสารคดีความยาว 95 นาทีนี้ก็มอบความรู้สึก Amazing ในแบบฉบับภาพยนตร์ให้เราได้ดีเยี่ยมในทุกๆซีน ตั้งแต่ฉากแอคชั่นทริลเลอร์ในการเอาตัวรอดจากฝูงงูของลูกอีกัวน่าทะเลบนเกาะกาลาปากอส การต่อสู้แย่งชิงอาณาเขตของยีราฟ จังหวะคอเมดี้ที่ใส่ซาวด์ประกอบได้ฮามากๆกับความคันของหมีสีน้ำตาล วิธีแย่งชิงน้ำหวานของนกฮัมมิ่งเบิร์ดแห่งป่าเขตร้อนในเอกวาดอร์ ซีนผจญภัยเสี่ยงตายไปในทะเลที่อากาศแปรปรวนที่สุดในโลกอย่างทวีปแอนตาร์กติกาของเพนกวินชินสแตร็ป อารมณ์ดราม่าของแม่ม้าลายที่ปกป้องลูกน้อยสุดชีวิตจากการจู่โจมของสิงโตในแอฟริกา ไปจนถึงความโรแมนติคของสัตว์ที่แม้ในวันที่ขยันที่สุดมันก็ยังขี้เกียจได้อย่างสล็อตแคระกับความพยายามในการเดินทางตามหาเสียงร้องเรียกจากตัวเมียของมัน ซึ่งสำหรับคนรักธรรมชาติแค่ได้นั่งลงนิ่งๆแล้วเสพย์สุนทรียภาพของสารพัดชีวิตบนโลกในมุมมองที่ใกล้ยิ่งกว่าครั้งไหนๆ มันก็ถือเป็น 95 นาทีที่คุ้มค่าที่สุดแล้วล่ะ

ถึงแม้ว่าผู้บรรยายในครั้งนี้จะไม่ใช่เสียงของลุง David Attenborough ที่เราคุ้นเคยกันดีจากซีรีย์สารคดีธรรมชาติและสัตว์โลกชุดก่อนๆของ BBC แต่ Robert Redford ก็เข้ามาทำหน้าที่นี้ได้ยอดเยี่ยมมากๆ ประโยคหนึ่งในหนังที่เราจำได้ดีและยังสามารถใช้สรุปสาระสำคัญของ Earth: One Amazing Day ภาพยนตร์สารคดีที่วันนี้ได้กลายมาเป็น 1 ในหนังเรื่องโปรดของเราไปเรียบร้อยแล้วก็คือ “ในแอฟริกาเขาว่ากันว่า ถ้าอยากไปให้เร็วให้ไปคนเดียว แต่ถ้าอยากไปให้ไกลให้ไปด้วยกัน” ซึ่งเป็นประโยคที่กระตุกจิตสำนึกความรับผิดชอบของมนุษย์ผู้อยู่บนจุดสูงสุดของห่วงโซ่อาหารให้รู้จักรักและหวงแหนทุกชีวิตบนโลกเท่าที่จะทำได้ เพราะมนุษย์มักจะหลงลืมว่าตัวเราเองก็เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติเช่นเดียวกันและในทุกๆวันที่หายใจนั้นชีวิตของเราก็ยังคงขึ้นอยู่กับมันไม่ต่างจากสัตว์ทุกชนิดในโลก โลกที่เป็นของเราทุกคน