Breaking Bad เมื่อครูสอนเคมีมัธยมปลายกลายเป็นเจ้าพ่อค้ายาสุดโหดใน New Mexico

“ผมไม่ได้ตกอยู่ในอันตรายสกายเลอร์ ผมนี่แหละตัวอันตราย ผู้ชายคนหนึ่งเดินออกไปเปิดประตูบ้านแล้วโดนยิง คุณคิดว่าเป็นผมเหรอที่เคราะห์ร้าย? ผมนี่แหละที่เป็นคนเคาะประตู”

Walter White ชายวัย 50 ปี ครูสอนเคมีระดับชั้นมัธยมผู้แอบซ่อนสมองอัจฉริยะและเก็บกดความขมขื่นในอดีตเอาไว้ภายใต้สถานะหัวหน้าครอบครัวของภรรยาผู้กำลังตั้งครรภ์และลูกชายที่ป่วยเป็นโรคสมองพิการแต่แล้วชีวิตธรรมดาๆของเขาก็ต้องเปลี่ยนไปเมื่อตรวจพบว่าตัวเองป่วยเป็นมะเร็งปอดระยะสุดท้ายจุดนี้เองที่ผลักดันให้ Walter White กลายมาเป็น ‘Heizenburg’ เจ้าพ่อค้ายาไอซ์สุดโหดใน New Mexico โดยร่วมมือกับ Jesse Pinkman ลูกศิษย์เก่านักเรียนม.ปลายขี้ยาที่แสนจะไม่เอาไหนผู้กลายมาเป็นทั้งพาร์ทเนอร์และคู่หูผจญภัยไปในโลกแห่งยาเสพย์ติดที่ค่อยๆเปลี่ยนชีวิตของพวกเขาทั้งคู่ให้ถลำลึกลงไปบนเส้นทางสายอาชญากรจนยากจะหันหลังกลับได้

“I did it for me. I liked it. I was good at it. And I was really… I was alive.”

ความเรียลของ Breaking Bad อยู่ที่พัฒนาการแบบค่อยเป็นค่อยไปของตัวละครหลักอย่าง Walter White จากครูมัธยมใจดีที่แสนถ่อมตนก้าวไปสู่บทบาทเจ้าพ่อค้ายาไอซ์ผู้โหดเหี้ยมประจำนิวเม็กซิโก โดยสิ่งเราชอบก็คือถึงแม้ตัวละครหลักจะเป็น Perfectionist ผู้ฉลาดรอบคอบแค่ไหน แต่ในโลกของความจริงนั้นความผิดพลาดเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา ครั้งแรกที่วอลเตอร์ฆ่าคน จิตสำนึกและศีลธรรมของเขาเกือบทำให้เขาตัดสินใจปล่อยผู้ชายคนนั้นไป แต่สัญชาตญาณในการเอาตัวรอดของมนุษย์มักจะมีชัยเสมอ ซึ่งสิ่งนั้นเองที่ทำให้คนที่ครั้งหนึ่งเคยถูกเรียกว่าเป็น ‘คนดี’ คนหนึ่งอย่างเขาสามารถกลายร่างเป็นฆาตกรได้ และที่ทำให้เราหยุดดูไม่ได้เลยแม้ซีซั่นแรกๆจะดำเนินเรื่องแบบปูพื้นตัวละครนานจนออกจะเนิบแค่ไหนก็คือคำถามที่ว่า เมื่อลุงไวท์ทำเงินได้มากมายขนาดนี้แล้วทำไมเขาถึงยังไม่หยุดในเมื่อทุกอย่างก็เป็นไปตามแผน? ทุกครั้งที่ Skyler ภรรยาของเขาถามคำถามนี้เรามักจะได้ยินเขาตอบเธอว่า ‘ผมทำเพื่อครอบครัว’ โดยพื้นฐานแล้วเขาเป็นคนฉลาดที่ไม่ใช่คนโลภและที่สำคัญคือเขากำลังจะตายอยู่แล้วด้วยซ้ำ แล้วทำไมเขาถึงไม่ยอมหยุดเรื่องนี้เพื่อหนีไปใช้ชีวิตที่เหลืออยู่กับครอบครัว? คำสารภาพในตอนสุดท้ายเพื่อตอบคำถามของสกายเลอร์ก็คือ ‘ผมทำเพื่อตัวเอง ผมมีความสุข ผมตื่นเต้นที่ได้ทำเรื่องเลวๆ และมันทำให้ผมรู้สึกมีชีวิตขึ้นมาอีกครั้ง’ โอ้โหหหห คือเข้าใจเลยว่าคนบางคนที่ชีวิตเขาดูราบเรียบเป็นเส้นตรงมาตลอดนี่ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่มีความปรารถนาในด้านมืดนะ พอมีโอกาสได้กลายมาเป็นคนยิ่งใหญ่หรือสำคัญขึ้นมา เขาสามารถทำอะไรก็ได้ทั้งนั้นเพื่อสัมผัสกับความรู้สึกนั้นให้ได้นานที่สุด เป็นประโยคที่ตอบคำถามเราได้ชัดเลยว่าทำไมลุงมันไม่ยอมเลิกแล้วซีรีย์เรื่องนี้ถึงต้องชื่อ Breaking Bad เท่านั้น ดิบสุดอ่ะ

“I am the one who knocks.”

อีกฉากหนึ่งที่จำได้ดีคือเจสซี่กำลังจะเลิกธุรกิจนี้เพื่อบินไปใช้ชีวิตอยู่กับเจน คนรักของเขาที่ต่างประเทศ ก่อนไปพวกเขาใช้ยากันและหลับไปทั้งคู่ ลุงไวท์เข้ามาพบเจนกำลังช็อคเพราะเสพยาเกินขนาด เขาตัดสินใจไม่ช่วยเธอ ได้แต่นั่งมองเจนที่กำลังจะตายอยู่เงียบๆและเจสซี่ที่นอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่ข้างคนรัก เขาจากไปในตอนเช้าพร้อมกับเจสซี่ที่ตื่นมาพบศพเจนในเวลาไล่เลี่ยกัน ลุงไวท์กลับมาอีกครั้งเพื่อปลอบใจเจสซี่แล้วขอให้เขากลับมาเริ่มธุรกิจยาไอซ์ต่อ เส้นแบ่งระหว่างความดีกับความเลวของคนบางคนนั้นบางมากจนเมื่อความเห็นแก่ตัวเข้าครอบงำก็สามารถเปลี่ยนคนให้กลายเป็นปีศาจได้เลย ซีนนี้แหละที่ทำให้เรา (ผู้ซึ่งเอาใจช่วยลุงมาตลอด) ต้องร้อง shittttt แล้วมองลุงแม่งด้วยสายตาใหม่ทั้งหมด

 

Breaking Bad เป็นซีรีย์ที่ไม่มีนักแสดงสวยหล่อดึงดูด แต่ทุกคนเล่นสมบทบาท โคตรเรียลแบบเอาตายทุกซีน โดยเฉพาะบทนำอย่าง Walter White ที่ Bryan Cranston เล่นคือกราบลุงจริงๆ จำไม่ได้ว่าลุงได้รางวัลเอ็มมีส์มากี่ตัวแต่สมควรได้ที่สุดแล้ว (เจสซี่ด้วยนะ) แต่ละตอนคือแทบไม่มีซีนไหนให้เราผ่อนคลายเลย ความเครียดไต่ระดับขึ้นได้ทุก ep แบบที่ทำเอาเส้นเลือดในสมองเต้นตุบๆด้วยความกดดัน! แต่นี่แหละคือเสน่ห์ของมัน ใครชอบเสพย์งานดราม่าหนักๆนี่รับรองเลยว่าดูแล้วต้องติดหนึบแน่นอน